เคยไหมที่ยืนหน้าตู้เช็คอินหรือจุดตรวจความปลอดภัยในสนามบินต่างประเทศ แล้วพูดไม่เป็นนอกจากชี้ยื่นพาสปอร์ตให้ดู หรือได้ยินเจ้าหน้าที่ถามยาวๆ สองสามประโยคแล้วตอบแค่ยิ้มๆ? ปัญหานี้แก้ได้ด้วย ภาษาอังกฤษสนามบิน เพียงแค่ไม่กี่ประโยคที่ใช้จริงทุกเที่ยวบิน

บทความนี้รวบรวม 30+ ประโยคภาษาอังกฤษสำหรับสนามบิน ครอบคลุมตั้งแต่เช็คอิน ฝากกระเป๋า ตรวจความปลอดภัย หาเกต ขึ้นเครื่อง ไปจนถึงการผ่านด่านตม. (Immigration) พร้อมคำอ่านภาษาไทย คำแปล ประโยคที่เจ้าหน้าที่อาจถาม ตารางเปรียบเทียบ ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำ และบทสนทนาจริงให้ฝึกฟังตาม เนื้อหาแน่นๆ เอาไปใช้ได้ทันที


สรุปด่วน (อ่านแค่นี้ก็พอ)

สถานการณ์ประโยคเด็ดคำอ่านแปลไทย
เช็คอินI’d like to check in, please.ไอด์ ลายก ทู เช็คอิน พลีสขอเช็คอินครับ
ยื่นพาสปอร์ตHere is my passport.เฮีย อิส มาย พาสปอร์ตนี่คือพาสปอร์ตของผม
ขอที่นั่งCould I have a window seat, please?คุด ไอ แฮฟ อะ วินโดว์ ซีท พลีส?ขอนั่งติดหน้าต่างได้ไหมครับ?
จุดตรวจWhere is the security check?แวร์ อิส ดะ ซีเคียวริตี้ เช็ค?จุดตรวจความปลอดภัยอยู่ไหน?
หาเกตWhere is gate B12?แวร์ อิส เกต บี-ทเวลฟ์?เกต B12 อยู่ที่ไหนครับ?
คำตอบตม.I’m here for a holiday.ไอม์ เฮีย ฟอร์ อะ ฮอลิเดย์ผมมาเที่ยวครับ

กฎเหล็ก: สงสัยอะไรให้ใช้สูตร “Where is …?” (ที่ไหน) เช่น Where is the gate? (เกตอยู่ไหน) และติดต่อขออะไรให้ใช้ “Could I have …?” (ขอยังไง) เช่น Could I have a window seat? (ขอนั่งติดหน้าต่าง) — ใช้ได้ผ่านทุกด่านในสนามบิน


กดฟังเสียงก่อนอ่านบทความลองกดฟังประโยคเด็ดเหล่านี้ก่อนเริ่มอ่าน จะได้จำเสียงเจ้าหน้าที่สนามบินแล้วค่อยฝึกพูดตามในแต่ละส่วน ทุกประโยคในบทความมีปุ่มลำโพงให้กดฟังได้

1. ภาษาอังกฤษเช็คอิน

ตอนถึงเคาน์เตอร์เช็คอิน ให้ทักทายแล้วยื่นพาสปอร์ต พร้อมบอกความต้องการด้วยประโยคเหล่านี้:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
I'd like to check in, please.ไอด์ ลายก ทู เช็คอิน พลีสขอเช็คอินครับ
Here is my passport.เฮีย อิส มาย พาสปอร์ตนี่คือพาสปอร์ตของผม
I'd like to check this bag in.ไอด์ ลายก ทู เช็ค ดิส แบ็ก อินขอฝากกระเป๋าใบนี้ครับ
Could I have a window seat, please?คุด ไอ แฮฟ อะ วินโดว์ ซีท พลีส?ขอนั่งติดหน้าต่างได้ไหมครับ?
Could I have an aisle seat, please?คุด ไอ แฮฟ แอน ไอล์ ซีท พลีส?ขอนั่งติดทางเดินได้ไหมครับ?
Is my bag over the weight limit?อิส มาย แบ็ก โอเวอร์ ดะ เวท ลิมิต?กระเป๋าผมเกินน้ำหนักไหมครับ?
Could you put a fragile sticker on it?คุด ยู พุท อะ เฟรไจล์ สติกเกอร์ ออน อิท?ช่วยติดสติกเกอร์ของเปราะบางให้ได้ไหมครับ?

เจ้าหน้าที่อาจถาม:

May I see your passport?

ขอดูพาสปอร์ตหน่อยได้ไหมครับ?

How many bags are you checking in?

ฝากกระเป๋ากี่ใบครับ?

Would you prefer a window or an aisle seat?

อยากได้ที่นั่งติดหน้าต่างหรือติดทางเดินครับ?

เคล็ดลับ: ถ้าพูดไม่คล่องก็ตอบสั้นๆ ได้เลย แค่บอก “Window, please.” (ติดหน้าต่างครับ) หรือ “Aisle, please.” (ติดทางเดินครับ) เจ้าหน้าที่เข้าใจทันที


2. ภาษาอังกฤษจุดตรวจความปลอดภัย

จุดตรวจกว่าครึ่งเป็นคำสั่งสั้นๆ ของเจ้าหน้าที่ ถ้าฟังไม่ทันให้ขอให้พูดซ้ำหรือถามประโยคเชิงป้องกันไว้ก่อน:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
Where is the security check?แวร์ อิส ดะ ซีเคียวริตี้ เช็ค?จุดตรวจความปลอดภัยอยู่ไหนครับ?
Do I need to take my laptop out?ดุ ไอ นีด ทู เทค มาย แหลปท็อป เอาท์?ต้องเอาโน้ตบุ๊กออกมาไหมครับ?
Should I remove my shoes?ชุด ไอ รีมูฟ มาย ชูส์?ต้องถอดรองเท้าไหมครับ?
Do I need to empty my pockets?ดุ ไอ นีด ทู เอ็มติ มาย พอคเกตส์?ต้องเอาของในกระเป๋าเสื้อออกไหมครับ?
Is this allowed in my carry-on?อิส ดิส อะเลาด์ อิน มาย แครี-ออน?อันนี้ใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ไหมครับ?
This is my medication.ดิส อิส มาย เมดิเคชันอันนี้เป็นยาของผมครับ
Could you repeat that, please?คุด ยู รีพีท แดท พลีส?ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมครับ?

เจ้าหน้าที่อาจสั่ง:

Please place your bag on the belt.

กรุณาวางกระเป๋าบนสายพานครับ

Please empty your pockets.

กรุณาเอาของในกระเป๋าออกให้หมดครับ

Step through the scanner, please.

กรุณาเดินผ่านเครื่องสแกนครับ

เคล็ดลับ: ฟังคำสั่งไม่ทันให้พูดว่า “Could you repeat that, please?” (ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหมครับ) ไม่มีใครว่าอะไร และก่อนถึงจุดตรวจให้เตรียมของเหลว โน้ตบุ๊ก เข็มขัด ออกมาไว้ก่อน จะได้ผ่านเร็ว


3. ภาษาอังกฤษหาเกตและขึ้นเครื่อง

หาเกตไม่เจอ ไฟลต์ดีเลย์ หรือไม่ชัวร์ว่าแถวนี้ขึ้นเครื่องแล้วหรือยัง ใช้ประโยคเหล่านี้:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
Where is gate B12?แวร์ อิส เกต บี-ทเวลฟ์?เกต B12 อยู่ที่ไหนครับ?
What time does the flight start boarding?วอต ไทม์ ดัส ดะ ไฟลต์ สตาร์ท บอร์ดดิ้ง?เริ่มขึ้นเครื่องกี่โมงครับ?
Is there a delay?อิส แดร์ อะ ดิเลย์?ไฟลต์ดีเลย์ไหมครับ?
How long is the delay?เฮา ลอง อิส ดะ ดิเลย์?ดีเลย์นานแค่ไหนครับ?
Is this the line for boarding?อิส ดิส ดะ ไลน์ ฟอร์ บอร์ดดิ้ง?แถวนี้เป็นแถวขึ้นเครื่องไหมครับ?
Excuse me, is this the right gate for flight TG 601?เอกซ์คิวส์ มี อิส ดิส ดะ ไรท์ เกต ฟอร์ ไฟลต์ ทีจี ซีโร-โอ-วัน?ขอโทษครับ เกตนี้ใช่เที่ยวบิน TG 601 ไหมครับ?
When does the last call close?เวน ดัส ดะ ลาสต์ คอล โคลส?ปิดรับขึ้นเครื่องกี่โมงครับ?

เจ้าหน้าที่อาจประกาศหรือถาม:

May I see your boarding pass?

ขอดูบอร์ดดิ้งพาสหน่อยครับ

Please have your boarding pass ready.

กรุณาเตรียมบอร์ดดิ้งพาสให้พร้อมครับ

This is the final boarding call for flight TG 601.

นี่คือการเรียกขึ้นเครื่องครั้งสุดท้ายของเที่ยวบิน TG 601

เคล็ดลับ: เวลาเจ้าหน้าที่เรียกชื่อขึ้นเครื่องจะใช้ boarding call และเวลาให้สแกนจะใช้ boarding pass จำไว้ว่าต้องโชว์ boarding pass (บัตรขึ้นเครื่อง) ไม่ใช่ boarding gate (ประตูขึ้นเครื่อง)


4. ภาษาอังกฤษผ่านด่านตม. (Immigration)

เจ้าหน้าที่ตม.จะถามสั้นๆ แค่ 3 เรื่องหลัก — แวะมาทำอะไร อยู่เท่าไหร่ พักที่ไหน — ตอบสั้นๆ ตรงประเด็นได้เลย:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
I'm here for a holiday.ไอม์ เฮีย ฟอร์ อะ ฮอลิเดย์ผมมาเที่ยวครับ
I'm here on business.ไอม์ เฮีย ออน บิสเนสผมมาทำงาน/ติดต่อธุรกิจครับ
I'm visiting my family.ไอม์ วิซิตติง มาย แฟมิลี่ผมมาเยี่ยมครอบครัวครับ
I'm staying for two weeks.ไอม์ สเตย์อิง ฟอร์ ทู วีคส์ผมจะอยู่ประมาณสองอาทิตย์ครับ
I'm staying at a hotel in Bangkok.ไอม์ สเตย์อิง แอท อะ โฮเทล อิน กรุงเทพผมพักโรงแรมในกรุงเทพครับ
Here is my return ticket.เฮีย อิส มาย รีเทิร์น ทิกเก็ตนี่คือตั๋วขากลับครับ
I have nothing to declare.ไอ แฮฟ นัททิง ทู ดิเคลียร์ไม่มีของต้องแจ้งศุลกากรครับ

เจ้าหน้าที่อาจถาม:

What is the purpose of your visit?

มาครั้งนี้เพื่ออะไรครับ?

How long will you stay?

จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนครับ?

Where will you be staying?

จะพักที่ไหนครับ?

เคล็ดลับ: ตอบตม.ให้เป็นสูตรสั้นๆ แค่ 3 อย่าง — Purpose (มาเที่ยว/ธุรกิจ), Length (อยู่กี่วัน), Location (พักที่ไหน) พูดตรงไปตรงมา ไม่ต้องเล่ามากตอบเท่าที่ถามพอ


5. ภาษาอังกฤษกับกระเป๋าและปัญหาการเดินทาง

กระเป๋าหาย ต่อเครื่องไม่ทัน หรือหาไม่เจอจุดรับกระเป๋า ใช้ประโยคเหล่านี้ขอความช่วยเหลือ:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
Where is the baggage claim?แวร์ อิส ดะ แบ็กเกจ เคลม?จุดรับกระเป๋าอยู่ที่ไหนครับ?
My bag didn't arrive.มาย แบ็ก ดิดันท์ อะไรวัลกระเป๋าของผมยังไม่มาเลยครับ
My luggage is lost.มาย ลักเกจ อิส ลอสท์กระเป๋าของผมหายครับ
This is my baggage claim tag.ดิส อิส มาย แบ็กเกจ เคลม แทกนี่คือป้ายอ้างสิทธิ์กระเป๋าครับ
My bag has been damaged.มาย แบ็ก แฮส บีน แดเมจด์กระเป๋าของผมเสียหายครับ
I missed my connecting flight.ไอ มิสท์ มาย คอนเนกติ้ง ไฟลต์ผมต่อเครื่องไม่ทันครับ
When is the next flight to Chiang Mai?เวน อิส ดะ เน็กซ์ท์ ไฟลต์ ทู เชียงใหม่?เที่ยวบินถัดไปไปเชียงใหม่เมื่อไหร่ครับ?

เจ้าหน้าที่อาจตอบ:

Could I have your claim tag, please?

ขอป้ายอ้างสิทธิ์กระเป๋าหน่อยครับ

We'll track your bag for you.

เราจะช่วยติดตามกระเป๋าให้ครับ

Please fill out this report form.

กรุณากรอกแบบฟอร์มแจ้งความครับ

เคล็ดลับ: กระเป๋าหายให้พูด “My bag didn’t arrive.” (กระเป๋ายังไม่มา) ไม่ใช่แค่ “bag lost” แล้วยื่น baggage claim tag (ป้ายอ้างสิทธิ์) ที่ได้ตอนเช็คอินไปให้เจ้าหน้าที่ จำเลขป้ายติดตัวไว้จะช่วยให้ตามหาเร็วขึ้น


6. ตารางเปรียบเทียบ: ระดับความสุภาพของประโยค

คำถามเรื่องสุภาพในสนามบินเหมือนกับที่อื่น — ยิ่งสุภาพ ยิ่งได้ใจเจ้าหน้าที่:

ประโยคระดับความสุภาพใช้กับตัวอย่าง
I’d like …สุภาพ ตรงประสงค์บอกความต้องการของตัวเองI’d like to check in.
Can I …?เป็นกลาง ทั่วไปถามได้ทุกสถานการณ์Can I take a photo here?
Could I …?สุภาพที่สุดขอกับเจ้าหน้าที่ คนแปลกหน้าCould I have an aisle seat?
Would it be possible to …?สุภาพมากที่สุดกรณีต้องการความช่วยเหลือพิเศษWould it be possible to change seats?

ข้อสังเกต:

  • Could I …? สุภาพและได้ใจเจ้าหน้าที่ที่สุด ใช้ได้กับทุกด่านในสนามบิน
  • I’d like … เหมาะกับบอกความต้องการ เช่น ขอเช็คอิน ขอที่นั่งติดหน้าต่าง
  • หลีกเลี่ยง “I want …” และ “Give me …” ฟังดูแข็ง ไม่สุภาพทั้งคู่

7. ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำ

ข้อผิดพลาดที่ 1: พูด Check in me please

❌ Check in me, please.

✅ I'd like to check in, please.

ทำไมผิด: check in เป็นกริยาแบบไม่รับกรรม (intransitive) ไม่ต้องมี me ต่อท้าย ให้พูด “I’d like to check in.” (ขอเช็คอิน) เท่านั้นก็จบ

ข้อผิดพลาดที่ 2: พูด Board pass แทน Boarding pass

❌ Here is my board pass.

✅ Here is my boarding pass.

ทำไมผิด: บัตรขึ้นเครื่องคือ boarding pass ส่วน board เป็นคำกริยา (ขึ้นเครื่อง) อย่าลืมเติม -ing เจ้าหน้าที่จะเผลอคิดว่าคุณสั่งให้สแกนบัตร

ข้อผิดพลาดที่ 3: ตอบ Wrong passport

❌ Wrong passport. (เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูเอกสาร)

✅ Here is my passport. / One moment, please.

ทำไมผิด: ตอบได้สั้นๆ แต่ให้ตรงเรื่อง — พูด “Here is my passport.” (นี่คือพาสปอร์ต) หรือถ้ายังไม่เจอให้พูด “One moment, please.” (รอสักครู่ครับ) แทนการพูดว่า ผิด

ข้อผิดพลาดที่ 4: ใช้ Past tense ตอบตม.

❌ I came to travel.

✅ I'm here for a holiday.

ทำไมผิด: เจ้าหน้าที่ถาม “มาครั้งนี้เพื่ออะไร” ควรตอบด้วย “I’m here for …” (ผมมาครั้งนี้เพื่อ…) หรือ “I’m visiting …” (ผมมาเยี่ยม…) โครงสร้างกาลปัจจุบันตรงกับคำถามที่สุด

ข้อผิดพลาดที่ 5: พูด I must go fast

❌ I must go fast.

✅ My flight is about to board. Could you help me?

ทำไมผิด: แทนที่จะพูดว่า “ต้องรีบ” ให้บอกสถานการณ์เป็นประโยค เช่น ไฟลต์กำลังจะขึ้นเครื่อง แล้วขอความช่วยเหลือ — เจ้าหน้าที่จะช่วยให้ได้จริง


8. วิธีจำให้ติด

จำง่ายๆ ด้วยตารางนี้:

สถานการณ์ประโยคเด็ดจำแบบ
เช็คอินI’d like to check in.ยื่นพาสปอร์ต + พูด “ขอเช็คอิน”
ขอที่นั่งCould I have a window seat?window = หน้าต่าง, aisle = ทางเดิน
หาเกตWhere is gate B12?“Where is …?” = ที่ไหน
ขึ้นเครื่องMay I see your boarding pass?จำคำว่า boarding pass = บัตรขึ้นเครื่อง
ตอบตม.I’m here for a holiday.Purpose + Length + Location
จำสูตรเดียวจบ”Could I have …?” ขอของสุภาพ และ “Where is …?” หาทาง — ครอบคลุมทุกด่านในสนามบินCould I have a window seat? (ขอนั่งติดหน้าต่าง) · Could I have a boarding pass? (ขอบัตรขึ้นเครื่อง) · Where is the gate? (เกตอยู่ไหน) — จำแค่สองสูตรนี้ก็ไปไหนมาไหนได้ทั้งสนามบิน

9. ตัวอย่างบทสนทนาจริง

บทสนทนาที่ 1: เช็คอินที่เคาน์เตอร์

AGood morning, I’d like to check in, please.สวัสดีครับ ผมขอเช็คอินครับ
BGood morning. May I see your passport, please?สวัสดีค่ะ ขอดูพาสปอร์ตหน่อยได้ไหมคะ?
ASure, here it is.ได้ครับ นี่ครับ
BWould you prefer a window or an aisle seat?อยากได้ที่นั่งติดหน้าต่างหรือติดทางเดินคะ?
AA window seat, please. Here is my bag for check-in.ติดหน้าต่างครับ นี่คือกระเป๋าที่จะฝากด้วยครับ

บทสนทนาที่ 2: จุดตรวจความปลอดภัย

BPlease place your bag on the belt.กรุณาวางกระเป๋าบนสายพานค่ะ
ADo I need to take my laptop out?ต้องเอาโน้ตบุ๊กออกมาไหมครับ?
BYes, please. And empty your pockets.ค่ะ ต้องเอาโน้ตบุ๊กออก และเอาของในกระเป๋าออกทั้งหมดด้วยค่ะ
AShould I take this bottle of water out too?แล้วขวดน้ำแบบนี้ต้องเอาออกด้วยไหมครับ?
BYes, liquids over 100 ml are not allowed.ค่ะ ของเหลวเกิน 100 มิลลิลิตรไม่ได้รับอนุญาตค่ะ

บทสนทนาที่ 3: หาเกตและขึ้นเครื่อง

AExcuse me, where is gate B12?ขอโทษครับ เกต B12 อยู่ที่ไหนครับ?
BIt’s at the end of this hallway, on your left.อยู่สุดทางเดินนี้ทางซ้ายมือค่ะ
AThank you. Also, has the flight started boarding?ขอบคุณครับ แล้วเครื่องเริ่มขึ้นเครื่องหรือยังครับ?
BNot yet. Please be at the gate by 2 PM.ยังค่ะ กรุณามาถึงเกตก่อนบ่ายสองโมงค่ะ
AGot it. Thank you very much.เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากครับ

บทสนทนาที่ 4: ผ่านด่านตม.

BWhat is the purpose of your visit?มาครั้งนี้เพื่ออะไรครับ?
AI’m here for a holiday.ผมมาเที่ยวครับ
BHow long will you stay?จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนครับ?
ATwo weeks. I’m staying at a hotel in Bangkok.สองอาทิตย์ครับ ผมพักโรงแรมในกรุงเทพครับ
BEnjoy your stay in Thailand.ขอให้เพลิดเพลินกับการเที่ยวเมืองไทยนะครับ

10. ตารางคำศัพท์สนามบินที่ควรรู้

Englishคำอ่านไทยPart of speech
check-inเช็คอินการเช็คอิน/ลงทะเบียนเที่ยวบินnoun/verb
passportพาสปอร์ตหนังสือเดินทางnoun
boarding passบอร์ดดิ้ง พาสบัตรขึ้นเครื่องnoun
gateเกตประตูขึ้นเครื่องnoun
departureดิพาร์เจอร์ขาออกnoun
arrivalอะไรวัลขาเข้าnoun
terminalเทอร์มินัลอาคารผู้โดยสารnoun
securityซีเคียวริตี้เจ้าหน้าที่/จุดตรวจความปลอดภัยnoun
carry-onแครี-ออนกระเป๋าถือขึ้นเครื่องnoun
luggage / baggageลักเกจ / แบ็กเกจกระเป๋าเดินทางnoun
aisle seatไอล์ ซีทที่นั่งติดทางเดินnoun
window seatวินโดว์ ซีทที่นั่งติดหน้าต่างnoun
boardingบอร์ดดิ้งการขึ้นเครื่องnoun
layoverเลย์โอเวอร์การต่อเครื่อง/แวะพักnoun
connecting flightคอนเนกติ้ง ไฟลต์เที่ยวบินต่อnoun
delayดิเลย์ความล่าช้าnoun/verb
immigrationอิมมิเกรชันด่านตรวจคนเข้าเมืองnoun
customsคัสทอมส์ศุลกากรnoun
declarationเดคละเรชันการแจ้งสิ่งของnoun
baggage claimแบ็กเกจ เคลมจุดรับกระเป๋าnoun

11. Quick Quiz

ทำแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อทดสอบความเข้าใจ

1. หน้าตู้เช็คอินอยากบอกว่า “ขอเช็คอินครับ” พูดว่าอย่างไร?

A. Check in me, please.

B. I’d like to check in, please.

2. “Could I have an aisle seat?” แปลว่าอะไร?

A. ขอนั่งติดหน้าต่างได้ไหม?

B. ขอนั่งติดทางเดินได้ไหม?

3. หาเกตไม่เจอควรถามว่าอย่างไร?

A. Where is the gate?

B. What is the gate?

4. เจ้าหน้าที่ตม.ถามว่า “What is the purpose of your visit?” เราควรตอบอย่างไร?

A. I’m here for a holiday.

B. I came from Bangkok.

5. “How long will you stay?” แปลว่าอะไร?

A. เดินทางมานานแค่ไหน?

B. จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน?

6. กระเป๋าอยู่ดีๆ ไม่มาตามสายพาน ควรพูดว่าอย่างไร?

A. My bag didn’t arrive.

B. My bag is sleepy.

7. กระเป๋าถือขึ้นเครื่องเรียกว่าอะไร?

A. Carry-on

B. Boarding pass

8. บัตรขึ้นเครื่องภาษาอังกฤษคืออะไร?

A. Board pass

B. Boarding pass

Answers

  1. B — I’d like to check in, please. (check in ไม่รับกรรม ไม่ต้องใส่ me)
  2. B — ขอนั่งติดทางเดินได้ไหม? (aisle = ทางเดินระหว่างที่นั่ง)
  3. A — Where is the gate? (หา “ที่ไหน” ใช้ Where is …?)
  4. A — I’m here for a holiday. (ตอบ Purpose + Length + Location ตรงประเด็น)
  5. B — จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน? (stay = อยู่/พัก ทั้งการพำนักและพักแรม)
  6. A — My bag didn’t arrive. (กระเป๋ายังไม่มา ใช้ arrive ไม่ใช่ sleep)
  7. A — Carry-on (กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง)
  8. B — Boarding pass (board pass ฟังดูเป็นคำสั่ง ไม่ใช่บัตร)

12. Final Summary

จำสูตรสนามบินง่ายๆ นี้:

สถานการณ์ประโยคเด็ด
เช็คอินI’d like to check in, please.
ขอที่นั่งCould I have a window seat?
จุดตรวจWhere is the security check?
หาเกตWhere is gate …?
ผ่านตม.I’m here for a holiday.
กระเป๋าหายMy bag didn’t arrive.

ข้อควรจำ: สนามบินเป็นเรื่องของ “คำถาม + การขอ” — หาสถานที่ไม่เจอถาม “Where is …?” ขออะไรให้ใช้ “Could I …?” และตอบเจ้าหน้าที่ตม.ตรงประเด็นด้วย Purpose + Length + Location เท่านี้ก็บินได้อย่างมั่นใจทั้งในและต่างประเทศ


FAQ

ภาษาอังกฤษเช็คอินสนามบินพูดว่าอย่างไร?

พูดว่า “I’d like to check in, please.” (ขอเช็คอินครับ) แล้วยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ หากเจ้าหน้าที่ขอดูเอกสารให้บอก “Here is my passport.” (นี่คือพาสปอร์ตครับ)

เจ้าหน้าที่ตม.ถาม “What is the purpose of your visit?” แปลว่าอะไร?

แปลว่า “มาครั้งนี้เพื่ออะไร?” ตอบสั้นๆ ตรงประเด็น เช่น “I’m here for a holiday.” (มาเที่ยวครับ) “I’m here on business.” (มาทำธุรกิจครับ) หรือ “I’m visiting my family.” (มาเยี่ยมครอบครัวครับ)

หาเกตขึ้นเครื่องเป็นภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร?

ถามว่า “Where is gate B12?” (เกต B12 อยู่ที่ไหนครับ) หรือถามแบบทั่วไป “Where is the boarding gate?” (ประตูขึ้นเครื่องอยู่ที่ไหนครับ) เลขเกตและเวลา boarding ดูได้จากหน้าจอหรือบอร์ดดิ้งพาส

ขึ้นเครื่องภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร?

การขึ้นเครื่องเรียกว่า boarding เช่น “When does the flight start boarding?” (ขึ้นเครื่องกี่โมง? / เริ่ม onboard กี่โมง) และบัตรขึ้นเครื่องเรียกว่า boarding pass เจ้าหน้าที่จะถาม “May I see your boarding pass?” (ขอดูบัตรขึ้นเครื่องครับ)

กระเป๋าหายที่สนามบินพูดภาษาอังกฤษยังไง?

พูดว่า “My bag didn’t arrive.” (กระเป๋ายังไม่มา) หรือ “My luggage is lost.” (กระเป๋าหาย) แล้วยื่น baggage claim tag (ป้ายอ้างสิทธิ์) ที่ได้ตอนเช็คอินให้เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะช่วยติดตามและแจ้งได้เลย

Window seat กับ aisle seat ต่างกันยังไง?

window seat คือที่นั่งติดหน้าต่าง และ aisle seat คือที่นั่งติดทางเดิน (aisle แปลว่าทางเดินระหว่างที่นั่ง) ถ้าอยากชมวิวเลือก window ถ้าอยากลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ เลือก aisle เจ้าหน้าที่เช็คอินถาม “Window or aisle?” ตอบสั้นๆ ได้เลย

ต่อเครื่องไม่ทันหรือไฟลต์ดีเลย์พูดภาษาอังกฤษยังไง?

ดีเลย์ให้ถาม “Is there a delay?” (ไฟลต์ดีเลย์ไหม) และ “How long is the delay?” (ดีเลย์นานแค่ไหน) ถ้าต่อเครื่องไม่ทันบอกเจ้าหน้าที่ว่า “I missed my connecting flight.” (ผมต่อเครื่องไม่ทัน) แล้วถาม “When is the next flight to …?” (เที่ยวบินถัดไปไป…เมื่อไหร่)


เรียนรู้บทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ English Blog หรือกลับไปที่ หน้าแรก