เคยไหมที่เดินเข้าร้านขายของในต่างประเทศหรือตลาดนัดเจอของถูกใจ แต่ถามราคาไม่ออก ต่อรองไม่เป็น หรือถามไซส์กับห้องลองเสื้อไม่ได้ จนต้องยิ้มแห้งๆ แล้วเดินออกมา? ปัญหาเหล่านี้หมดไปเมื่อรู้ ภาษาอังกฤษช้อปปิ้ง สัก 30 ประโยคนี้

บทความนี้รวบรวม 30+ ประโยคภาษาอังกฤษสำหรับการช้อปปิ้ง ตั้งแต่ถามราคา ขอส่วนลด ต่อรอง ขอไซส์ ลองเสื้อ เปลี่ยน-คืนสินค้า ไปจนถึงการจ่ายเงินและขอคืนภาษี พร้อมคำอ่านภาษาไทย คำแปล ประโยคที่พนักงานร้านอาจถาม ตารางเปรียบเทียบ ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำ และบทสนทนาจริงให้ฝึกฟังตาม


สรุปด่วน (อ่านแค่นี้ก็พอ)

สถานการณ์ประโยคเด็ดคำอ่านแปลไทย
ถามราคาHow much is this?ฮาว มัช อิส ดิส?อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?
ขอส่วนลดIs there a discount?อิส แดร์ อะ ดิสเคานท์?มีส่วนลดไหมครับ?
ขอไซส์Do you have a larger size?ดุ ยู แฮฟ อะ ลาเจอร์ ไซซ์?มีไซส์ใหญ่กว่านี้ไหมครับ?
ห้องลองเสื้อWhere is the fitting room?แวร์ อิส ดะ ฟิตติ้ง รูม?ห้องลองเสื้ออยู่ไหนครับ?
จ่ายเงินCan I pay by card?แคน ไอ เพย์ ไบ คาร์ด?จ่ายด้วยบัตรได้ไหมครับ?
คืนสินค้าI’d like to return this.ไอด์ ลายก ทู รีเทิร์น ดิสขอคืนสินค้าอันนี้ครับ

กฎเหล็ก: ถามราคาให้ใช้ “How much is this?” (อันนี้เท่าไหร่) ขอของหรือขอความช่วยเหลือให้ใช้ “Could I …?” เช่น Could I try this on? (ขอลองใส่ได้ไหม) — สองประโยคนี้เอาตัวรอดได้ทุกจุดในห้าง


กดฟังเสียงก่อนอ่านบทความลองกดฟังประโยคเด็ดเหล่านี้ก่อนเริ่มอ่าน จะได้จำเสียงเจ้าของภาษาแล้วค่อยฝึกพูดตามในแต่ละส่วน ทุกประโยคในบทความมีปุ่มลำโพงให้กดฟังได้

1. ภาษาอังกฤษถามราคา ขอส่วนลด และต่อรอง

การช้อปปิ้งเริ่มต้นที่การถามราคา ถ้าเป็นตลาดหรือร้านขายส่งก็ต่อรองได้แบบสุภาพ:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
How much is this?ฮาว มัช อิส ดิส?อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?
How much are these?ฮาว มัช อาร์ ดีส?พวกนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?
Is this on sale?อิส ดิส ออน เซล?อันนี้กำลังลดราคาอยู่ไหมครับ?
Is there a discount?อิส แดร์ อะ ดิสเคานท์?มีส่วนลดไหมครับ?
Could you give me a better price?คุด ยู กิฟ มี อะ เบทเทอร์ ไพรซ์?ลดราคาให้หน่อยได้ไหมครับ?
Could you lower the price a little?คุด ยู โลเวอร์ ดะ ไพรซ์ อะ ลิตเติล?ช่วยลดราคาลงหน่อยได้ไหมครับ?
Could I get a discount if I buy two?คุด ไอ เก็ท อะ ดิสเคานท์ อิฟ ไอ ไบ ทู?ซื้อสองชิ้นลดให้หน่อยได้ไหมครับ?
It's a little too expensive.อิส อะ ลิตเติล ทู เอ็กซ์เพนซิฟแพงไปหน่อยครับ
I'll take it.ไอล์ เทค อิทเอาอันนี้ละครับ

พนักงานอาจถามหรือตอบ:

That's the best price I can do.

นี่คือราคาดีที่สุดที่ลดได้แล้วครับ

I can give you 10 percent off.

ลดให้คุณ 10 เปอร์เซ็นต์ครับ

Is that everything?

เอาอะไรเพิ่มอีกไหมครับ?

เคล็ดลับ: ต่อรองให้ใช้ “Could you …?” นำหน้าเสมอ เช่น Could you give me a better price? (ลดราคาให้หน่อยได้ไหม) — สุภาพกว่าคำสั่ง “give me cheap” มาก ถ้าซื้อหลายชิ้นลองถาม “Could I get a discount if I buy two?” (ซื้อสองลดไหม) ได้บ่อยครั้ง


2. ภาษาอังกฤษขอไซส์และลองเสื้อ

ซื้อเสื้อผ้าทั้งทีต้องได้ไซส์ที่ถูกต้อง ลองใส่ก่อนซื้อเสมอด้วยประโยคเหล่านี้:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
Could I try this on?คุด ไอ ไทร ดิส ออน?ขอลองตัวนี้ได้ไหมครับ?
Where is the fitting room?แวร์ อิส ดะ ฟิตติ้ง รูม?ห้องลองเสื้ออยู่ไหนครับ?
Do you have this in a smaller size?ดุ ยู แฮฟ ดิส อิน อะ สมอลเลอร์ ไซซ์?มีไซส์เล็กกว่านี้ไหมครับ?
Do you have this in a larger size?ดุ ยู แฮฟ ดิส อิน อะ ลาเจอร์ ไซซ์?มีไซส์ใหญ่กว่านี้ไหมครับ?
Do you have this in another color?ดุ ยู แฮฟ ดิส อิน อะนาเธอร์ คัลเลอร์?มีสีอื่นไหมครับ?
This is a little too small.ดิส อิส อะ ลิตเติล ทู สมอลไซส์นี้เล็กไปหน่อยครับ
It fits perfectly.อิท ฟิตส์ เพอร์เฟคทลิใส่พอดีเลยครับ

พนักงานอาจถาม:

What size do you wear?

ใส่ไซส์อะไรครับ?

How does it fit?

ได้ทรงมั้ยครับ / ใส่แล้วเป็นยังไงครับ?

Would you like to try it on?

อยากลองใส่ดูก่อนไหมครับ?

เคล็ดลับ: ถ้าไม่รู้ชื่อไซส์ให้ตอบเป็น “Medium, please.” (ไซส์กลางครับ) ได้เลย และจำไว้ว่า fit เป็นคำที่ใช้กับสิ่งของ (มันพอดีตัว) อย่าพูดว่า “I fit it” ให้พูดว่า “It fits.” (มันพอดี)


3. ภาษาอังกฤษเปลี่ยนและคืนสินค้า

ซื้อมาแล้วใส่ไม่ได้หรือสินค้ามีตำหนิ เปลี่ยนหรือคืนได้ถ้าพูดให้เป็น:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
I'd like to return this.ไอด์ ลายก ทู รีเทิร์น ดิสขอคืนสินค้าอันนี้ครับ
I'd like to exchange this for a larger size.ไอด์ ลายก ทู เอ็กซ์เชนจ์ ดิส ฟอร์ อะ ลาเจอร์ ไซซ์ขอเปลี่ยนเป็นไซส์ใหญ่กว่าครับ
Can I return this if it doesn't fit?แคน ไอ รีเทิร์น ดิส อิฟ อิท ดัสเซินท์ ฟิต?คืนได้ไหมครับถ้าลองแล้วใส่ไม่ได้?
I have the receipt.ไอ แฮฟ ดะ รีซีทฉันมีใบเสร็จครับ
The zipper is broken.ดะ ซิปเปอร์ อิส โบรเคนซิปเสียครับ
Could I get a refund, please?คุด ไอ เก็ท อะ รีฟันด์ พลีส?ขอเงินคืนได้ไหมครับ?

พนักงานอาจถาม:

Do you have the receipt?

มีใบเสร็จไหมครับ?

Would you like a refund or an exchange?

ต้องการคืนเงินหรือเปลี่ยนสินค้าครับ?

What is the problem with the item?

ตัวสินค้ามีปัญหาอะไรครับ?

เคล็ดลับ: เปลี่ยนหรือคืนต้องมี receipt (ใบเสร็จ) เสมอ และใช้ “I’d like to …” นำหน้า เช่น I’d like to exchange this. (ขอเปลี่ยนอันนี้ครับ) สุภาพกว่า “change this” ตรงๆ


4. ภาษาอังกฤษจ่ายเงินและขอใบเสร็จ

ตกลงราคาได้แล้ว ก็ไปต่อที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
How much is it in total?ฮาว มัช อิส อิท อิน โทเทิล?รวมทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?
Can I pay by card?แคน ไอ เพย์ ไบ คาร์ด?จ่ายด้วยบัตรได้ไหมครับ?
Do you accept credit cards?ดุ ยู แอคเซพท์ เครดิต คาร์ดส?รับบัตรเครดิตไหมครับ?
Could I have a bag, please?คุด ไอ แฮฟ อะ แบ็ก พลีส?ขอกระเป๋าใส่ของหน่อยได้ไหมครับ?
Could I have a receipt, please?คุด ไอ แฮฟ อะ รีซีท พลีส?ขอใบเสร็จหน่อยครับ
Could you wrap this as a gift?คุด ยู แรป ดิส แอส อะ กิฟท์?ช่วยห่อเป็นของขวัญให้ได้ไหมครับ?
Can I get a tax refund?แคน ไอ เก็ท อะ แท็กซ์ รีฟันด์?ขอคืนภาษีได้ไหมครับ?

พนักงานอาจถาม:

Cash or card?

จ่ายเงินสดหรือบัตรครับ?

Would you like a bag?

เอาถุงไหมครับ?

Here is your change.

นี่คือเงินทอนครับ

เคล็ดลับ: ถ้าอยากได้คืนภาษีเมื่อซื้อของแล้ว ให้พูด “May I have a VAT receipt, please?” (ขอใบเสร็จสำหรับคืนภาษีหน่อยครับ) โดยเฉพาะซื้อของในห้างใหญ่ ที่หน้าพนักงานจะรู้จักดี


5. ภาษาอังกฤษหาแผนกและสอบถามสินค้า

เดินหาของไม่เจอหรืออยากถามว่ามีของอีกไหม ใช้ประโยค “where” และ “in stock” เหล่านี้:

ประโยคภาษาอังกฤษคำอ่านไทยแปลไทย
Excuse me, where is the cashier?เอกซ์คิวส์ มี แวร์ อิส ดะ แคชเชียร์?ขอโทษครับ พนักงานเก็บเงินอยู่ไหนครับ?
Where can I find the men's section?แวร์ แคน ไอ ไฟน์ด ดะ เมนส์ เซคชัน?แผนกผู้ชายอยู่ที่ไหนครับ?
Do you have this in stock?ดุ ยู แฮฟ ดิส อิน สต็อก?อันนี้ยังมีของอยู่ไหมครับ?
Is this the only one you have?อิส ดิส ดะ โอนลี่ วัน ยู แฮฟ?มีตัวนี้แค่ตัวเดียวเลยเหรอครับ?
When will it be back in stock?เวน วิล อิท บี แบ็ก อิน สต็อก?สินค้าจะกลับมาสต็อกใหม่เมื่อไหร่ครับ?
Do you deliver to a hotel?ดุ ยู ดิลิเวอร์ ทู อะ โฮเทล?ส่งของให้ที่โรงแรมได้ไหมครับ?

พนักงานอาจตอบ:

It's sold out at the moment.

ตอนนี้ขายหมดแล้วครับ

We'll have more in stock next week.

สต็อกใหม่จะมาเพิ่มอาทิตย์หน้าครับ

The men's section is on the second floor.

แผนกผู้ชายอยู่ชั้นสองครับ

เคล็ดลับ: อยากหาสถานที่ให้ขึ้นต้นด้วย “Excuse me, where …?” เช่น Where can I find the cashier? (หาเคาน์เตอร์จ่ายเงินอยู่ไหน) และจำไว้ว่า sold out แปลว่า ขายหมด แล้วถามต่อได้เลย When will it be back in stock? (กลับมาสต็อกใหม่เมื่อไหร่)


6. ตารางเปรียบเทียบ: ระดับความสุภาพของประโยค

การขออะไรในร้านค้า ระดับความสุภาพจัดอันดับแบบนี้:

ประโยคระดับความสุภาพใช้กับตัวอย่าง
I’ll take …ปกติ ใช้สั่งซื้อตัดสินใจซื้อของI’ll take it.
Can I …?เป็นกลาง ทั่วไปถามได้ทุกสถานการณ์Can I pay by card?
Could I …?สุภาพที่สุดขอกับพนักงานร้านCould I try this on?
Could you …?สุภาพที่สุดขอร้องให้พนักงานช่วยCould you give me a better price?

ข้อสังเกต:

  • Could I …? ขอสิ่งที่อยากได้ เช่น ขอลอง ต้องการคำตอบจากพนักงาน
  • Could you …? ขอร้องให้พนักงานทำอะไรให้ เช่น ลดราคา ห่อของ
  • Can I …? เป็นกลาง ใช้กับคำถามทั่วๆ ไป เช่น จ่ายด้วยบัตรได้ไหม
  • หลีกเลี่ยง “I want …” และ “Give me …” ฟังดูแข็ง ไม่สุภาพในร้านขายของ

7. ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำ

ข้อผิดพลาดที่ 1: พูด How many price

❌ How many price?

✅ How much is this?

ทำไมผิด: ถามราคาต้องใช้ how much (เท่าไหร่) ส่วน how many ใช้กับจำนวนที่ต้องนับได้ เช่น how many bags? (กี่ใบ)

ข้อผิดพลาดที่ 2: ใช้ I want discount

❌ I want discount.

✅ Could I get a discount? / Is there a discount?

ทำไมผิด: I want มีน้ำเสียงเหมือนสั่ง หยาบเกินไปในการขอส่วนลด ให้ใช้ Could I …? หรือ Is there …? แทน

ข้อผิดพลาดที่ 3: พูด Is fit me

❌ Is it fit me?

✅ It fits perfectly. / It's a bit too small.

ทำไมผิด: fit เป็นกริยาใช้กับของ คือ “ของ” พอดีตัว — ต้องพูดว่า “It fits.” (มันพอดี) ไม่ใช่ “fit me” และถ้าไม่พอดีให้บอกขนาดตรงๆ เช่น It’s too small. (เล็กไป)

ข้อผิดพลาดที่ 4: พูด Size big please

❌ Size big, please.

✅ Do you have this in a larger size?

ทำไมผิด: แทนที่จะพูดคำๆ ว่า “size big” ให้ขอลักษณะของสินค้าเป็นประโยคเต็ม — “Do you have this in a larger size?” (มีไซส์ใหญ่กว่านี้ไหมครับ) สุภาพและเข้าใจง่ายกว่า

ข้อผิดพลาดที่ 5: พูด Give me receipt

❌ Give me receipt.

✅ Could I have a receipt, please?

ทำไมผิด: Give me ฟังดูเป็นคำสั่ง ใช้ Could I have …? (ขอยังไง) แทน เช่น Could I have a receipt, please? (ขอใบเสร็จหน่อยครับ)


8. วิธีจำให้ติด

จำง่ายๆ ด้วยตารางนี้:

สถานการณ์ประโยคเด็ดจำแบบ
ถามราคาHow much is this?“how much” = เท่าไหร่ (ไม่ใช่ how many)
ขอส่วนลดCould I get a discount?discount = ส่วนลด, sale = โปรลดราคา
ขอไซส์Do you have a larger size?“Do you have …?” = มี…ไหม
ลองเสื้อWhere is the fitting room?fitting room = ห้องลองเสื้อ
จ่ายเงินCould I have a receipt?receipt = ใบเสร็จ
จำสูตรเดียวจบ”How much is this?” ถามราคา + “Could I …?” ขอของ — เป็นช้อปปิ้งทั้งห้างHow much is this? (เท่าไหร่) · Could I try this on? (ขอลองใส่) · Could I have a receipt? (ขอใบเสร็จ) — จำแค่สองสูตรนี้ไปช้อปมันส์ได้ทุกที่

9. ตัวอย่างบทสนทนาจริง

บทสนทนาที่ 1: ถามราคาแล้วตัดสินใจซื้อ

AHow much is this T-shirt?เสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?
BIt’s 600 baht.600 บาทครับ
AThat’s a little expensive. Is there a discount?แพงไปหน่อยนะครับ มีส่วนลดไหมครับ?
BI can give you 10 percent off, so it’s 540 baht.ลดให้ 10 เปอร์เซ็นต์ครับ เหลือ 540 บาทครับ
AOkay, I’ll take it. Could I have a bag, please?เอาเลยครับ ขอกระเป๋าใส่ของหน่อยครับ

บทสนทนาที่ 2: ขอลองเสื้อและขอไซส์

BHi, may I help you?สวัสดีค่ะ ให้ช่วยอะไรดีคะ?
AYes, could I try this on?ครับ ขอลองตัวนี้ได้ไหมครับ?
BOf course. The fitting rooms are over there.ได้เลยค่ะ ห้องลองเสื้ออยู่ทางโน้นค่ะ
AThanks. This is a bit too small. Do you have a larger size?ขอบคุณครับ ตัวนี้เล็กไปหน่อย มีไซส์ใหญ่กว่าไหมครับ?
BLet me check for you. We have it in size M and L.เดี๋ยวขอเช็กให้ค่ะ เรามีไซส์ M และ L ค่ะ

บทสนทนาที่ 3: ต่อรองราคากระเป๋า

AHow much is this bag?กระเป๋าใบนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?
BIt’s 2,500 baht. It’s a very good quality leather.2,500 บาทครับ เป็นหนังคุณภาพดีมากครับ
AThat’s over my budget. Could you give me a better price?เกินงบไปหน่อยครับ ลดราคาให้อีกหน่อยได้ไหมครับ?
BThe best I can do is 2,200 baht.ลดได้มากสุด 2,200 บาทครับ
AOkay, deal. I’ll take it.ตกลงครับ เอาอันนี้เลยครับ

บทสนทนาที่ 4: จ่ายเงินและขอใบเสร็จ

AHow much is it in total?รวมทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?
BThat’ll be 540 baht.รวม 540 บาทครับ
ACan I pay by card? And could I have a receipt, please?จ่ายบัตรได้ไหมครับ แล้วขอใบเสร็จด้วยครับ
BSure. Just tap the reader, and here is your receipt.ได้เลยครับ แค่แตะเครื่องรูด และนี่คือใบเสร็จครับ

10. ตารางคำศัพท์ช้อปปิ้งที่ควรรู้

Englishคำอ่านไทยPart of speech
priceไพรซ์ราคาnoun
price tagไพรซ์ แทกป้ายราคาnoun
discountดิสเคานท์ส่วนลดnoun
saleเซลโปรโมชันลดราคาnoun
on saleออน เซลกำลังลดราคาphrase
fitting roomฟิตติ้ง รูมห้องลองเสื้อnoun
sizeไซซ์ไซส์/ขนาดnoun
fitฟิตพอดีตัวverb/adjective
cashแคชเงินสดnoun
changeเชนจ์เงินทอนnoun
receiptรีซีทใบเสร็จnoun
refundรีฟันด์เงินคืนnoun/verb
exchangeเอ็กซ์เชนจ์เปลี่ยนสินค้าverb/noun
cashierแคชเชียร์พนักงานเก็บเงินnoun
counterเคาน์เตอร์เคาน์เตอร์ชำระเงินnoun
couponคูปองคูปองส่วนลดnoun
tax refundแท็กซ์ รีฟันด์การคืนภาษีnoun
in stockอิน สต็อกมีของในสต็อกphrase
sold outโซลด์ เอาท์ขายหมด/หมดสต็อกphrase
wrapแรปห่อverb

11. Quick Quiz

ทำแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อทดสอบความเข้าใจ

1. อยากถามราคา ควรพูดว่าอย่างไร?

A. How much is this?

B. How many is this?

2. เสื้อตัวนี้เล็กไป ขอไซส์ใหญ่ควรพูดว่าอย่างไร?

A. Big size please.

B. Do you have this in a larger size?

3. “Where is the fitting room?” แปลว่าอะไร?

A. ห้องนั่งเล่นอยู่ไหน?

B. ห้องลองเสื้ออยู่ไหน?

4. ใส่แล้วพอดีตัว พูดว่าอย่างไร?

A. It fits perfectly.

B. Is it fit me?

5. อยากขอส่วนลด พูดว่าอย่างไร?

A. I want discount.

B. Could I get a discount?

6. ซื้อของเสร็จอยากขอกระเป๋าใส่ของ พูดว่าอย่างไร?

A. Give me bag.

B. Could I have a bag, please?

7. “It’s sold out.” แปลว่าอะไร?

A. ขายหมดแล้ว

B. ขายได้เยอะมาก

8. อยากคืนสินค้า ควรพูดว่าอย่างไร?

A. I’d like to return this.

B. I’m done with this.

Answers

  1. A — How much is this? (how much ใช้ถามราคา ส่วน how many ใช้กับจำนวนที่นับได้)
  2. B — Do you have this in a larger size? (ขอลักษณะสินค้าเป็นประโยค ไม่ใช่ “size big”)
  3. B — ห้องลองเสื้ออยู่ไหน? (fitting room = ห้องลองเสื้อ)
  4. A — It fits perfectly. (fit ใช้กับของที่พอดีตัว อย่าเติม me)
  5. B — Could I get a discount? (Could I สุภาพกว่า I want)
  6. B — Could I have a bag, please? (Could I have …? ขออย่างสุภาพ)
  7. A — ขายหมดแล้ว (sold out = หมดสต็อก ขายหมด)
  8. A — I’d like to return this. (return = คืนสินค้า ใช้ I’d like to … สุภาพ)

12. Final Summary

จำสูตรช้อปปิ้งง่ายๆ นี้:

สถานการณ์ประโยคเด็ด
ถามราคาHow much is this?
ขอส่วนลดCould I get a discount?
ขอไซส์Do you have a larger size?
ลองเสื้อWhere is the fitting room?
จ่ายเงินCan I pay by card?
คืนสินค้าI’d like to return this.

ข้อควรจำ: ช้อปปิ้งให้จำแค่ 2 สูตร — ถามราคาด้วย “How much is this?” และขออะไรด้วย “Could I …?” เช่น Could I try this on? (ขอลอง) Could I have a receipt? (ขอใบเสร็จ) อย่าลืมเก็บใบเสร็จไว้เผื่อเปลี่ยน-คืน และพูดช้าๆ พร้อมรอยยิ้ม แล้วไปช้อปมันส์ได้ทั้งห้าง


FAQ

ถามราคาภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร?

พูดว่า “How much is this?” (อันนี้ราคาเท่าไหร่?) ถ้าหลายชิ้นให้ถาม “How much are these?” (พวกนี้เท่าไหร่?) หรือใช้แบบสุภาพนุ่ม “How much does this cost?” (อันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?) ก็ได้

ต่อรองราคาภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร?

พูดว่า “Could you give me a better price?” (ลดราคาให้หน่อยได้ไหมครับ?) หรือ “Is there a discount?” (มีส่วนลดไหมครับ?) แล้วบอกว่า “It’s a little too expensive.” (แพงไปหน่อยครับ) ต่อรองด้วยรอยยิ้มและคำว่า Could คุณ สุภาพเสมอ

ภาษาอังกฤษขอลองเสื้อและหาห้องลองพูดว่าอย่างไร?

ขอลองใส่ “Can I try this on?” หรือ “Could I try this on?” (ขอลองตัวนี้ได้ไหมครับ) และถามหาห้องลอง “Where is the fitting room?” (ห้องลองเสื้ออยู่ไหนครับ?) เวลาต้องการไซส์อื่น “Do you have a larger/smaller size?” (มีไซส์ใหญ่/เล็กกว่านี้ไหมครับ)

เปลี่ยนหรือคืนสินค้าภาษาอังกฤษพูดว่าอย่างไร?

คืนสินค้า “I’d like to return this.” (ขอคืนสินค้าอันนี้ครับ) เปลี่ยน “I’d like to exchange this for a different size.” (ขอเปลี่ยนเป็นไซส์อื่นครับ) อย่าลืมยื่นใบเสร็จ และพนักงานจะถามว่า “Would you like a refund or an exchange?” (คืนเงินหรือเปลี่ยนสินค้าครับ)

ภาษาอังกฤษจ่ายเงินในร้านค้าพูดว่าอย่างไร?

ถามยอดรวม “How much is it in total?” (รวมทั้งหมดเท่าไหร่?) แล้วถามช่องทางจ่าย “Can I pay by card?” (จ่ายด้วยบัตรได้ไหม?) “Do you accept credit cards?” (รับบัตรเครดิตไหม?) หรือขอใบเสร็จ “Could I have a receipt, please?” (ขอใบเสร็จหน่อยครับ)

ขอคืนภาษี (VAT refund) เวลาช้อปปิ้งพูดว่าอย่างไร?

พูดว่า “May I have a VAT receipt, please?” (ขอใบเสร็จสำหรับคืนภาษีหน่อยครับ) โดยเฉพาะซื้อของในห้างใหญ่หรือร้านที่ติดป้ายฉลากคืนภาษี จากนั้นเก็บใบเสร็จและสินค้าไว้โชว์ที่ด่านศุลกากรตอนออกจากประเทศ

“On sale” กับ “discount” ต่างกันยังไง?

On sale แปลว่า “กำลังลดราคา” เป็นสถานะของสินค้า เช่น This is on sale. (อันนี้กำลังลดอยู่) ส่วน discount แปลว่า “ส่วนลด” เช่น Is there a discount? (มีส่วนลดไหม?) หรือ I got a 10% discount. (ได้ส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์)


เรียนรู้บทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ English Blog หรือกลับไปที่ หน้าแรก