เคยไหมที่อยากบอกว่า “ถอดเสื้อได้เลย” หรือ “ใส่แจ็คเก็ตไว้ก็ได้” แต่ติดอยู่ที่คำว่า “ถอด” กับ “ใส่” เราควรใช้คำไหน? หลายคนตอบว่า take off กับ put on แต่รู้ไหมว่ายังมีกฎเรื่องการวางคำที่คนไทยพลาดจนครูต่างชาติต้องขำกันอยู่เรื่อยๆ?
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก take off กับ put on ให้กระจ่าง ทั้งความหมายที่ใช้จริง (เยอะกว่าที่คิด!) กฎการวางสรรพนามแบบ put it on / take it off ตารางเปรียบเทียบ คำศัพท์เกี่ยวเนื่อง ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำ และบทสนทนาจริงพร้อมเสียงให้ฝึกฟังตาม
สรุปด่วน (อ่านแค่นี้ก็พอ)
| คำกริยาวลี | คำอ่าน | แปลไทย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| put on | พุท ออน | ใส่ (เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ) | Put on a jacket. (ใส่แจ็คเก็ต) |
| take off | เทค ออฟฟ์ | ถอด (เสื้อผ้า รองเท้า) | Take off your shoes. (ถอดรองเท้า) |
| try on | ทราย ออน | ลองใส่ (เสื้อในร้าน) | Try this shirt on. (ลองเสื้อตัวนี้) |
| get dressed | เก็ท เดรสท์ | แต่งตัว (รวมๆ) | I need to get dressed. (ต้องแต่งตัว) |
| take your shoes off | เทค ยัวร์ ชูซ ออฟฟ์ | ถอดรองเท้า | Take your shoes off. (ถอดรองเท้า) |
กฎเหล็ก: เมื่อใช้กับสรรพนาม (it, them, him, her) ต้องวางกลางประโยคเสมอ — put it on และ take it off ห้ามพูด put on it หรือ take off it เด็ดขาด
1. Put On แปลว่า ใส่
Put on เป็นคำกริยาวลี (phrasal verb) แปลว่า “ใส่” ใช้กับเสื้อผ้า รองเท้า หมวก แว่นตา เครื่องประดับ หน้ากาก หรือสิ่งใดก็ตามที่เราสวมใส่เข้ากับร่างกาย เป็นการบอกการกระทำว่าเอาไปใส่ตอนนั้น (ไม่ใช่สภาพที่ใส่อยู่)
| ประโยคภาษาอังกฤษ | คำอ่านไทย | แปลไทย |
|---|---|---|
| Please put on your jacket. | พลีส พุท ออน ยัวร์ แจ็คเก็ต | ช่วยใส่แจ็คเก็ตด้วยครับ |
| Put on a hat before you go out. | พุท ออน อะ แฮท บีฟอร์ ยู โก เอาท์ | ใส่หมวกก่อนออกไปข้างนอก |
| I need to put on my glasses to read this. | ไอ นีด ทู พุท ออน มาย แกลสเซส ทู รีด ดิส | ฉันต้องใส่แว่นถึงจะอ่านได้ |
| She put on her new dress for the party. | ชี พุท ออน เฮอร์ นิว เดรส ฟอร์ ดะ ปาร์ตี้ | เธอใส่ชุดเดรสตัวใหม่ไปงานปาร์ตี้ |
| Put on your shoes. We're leaving! | พุท ออน ยัวร์ ชูซ เวอร์ ลีฟวิ่ง | ใส่รองเท้าได้แล้ว เรากำลังจะไป! |
โครงสร้างที่พบบ่อย:
- put on + สิ่งของ — Put on your jacket. (ใส่เสื้อแจ็คเก็ต)
- put + สิ่งของ + on — Put your jacket on. (พูดได้แบบเดียวกัน — วางได้ทั้งสองข้าง)
- put it / them / him + on — put it on (สรรพนามต้องอยู่กลาง)
Put on ยังมีความหมายอื่นที่ต้องรู้:
| ความหมาย | ตัวอย่าง | แปลไทย |
|---|---|---|
| เพิ่มน้ำหนัก (put on weight) | I put on 2 kilograms. | ฉันน้ำหนักขึ้น 2 กิโล |
| จัดแสดง / ละครเวที (put on a show) | The school put on a play. | โรงเรียแสดงละคร |
| เปิดไฟ / เปิดน้ำ (put the light on) | Put the kettle on. | เปิดกาต้มน้ำหน่อย |
2. Take Off แปลว่า ถอด
Take off เป็นคำกริยาวลี แปลว่า “ถอด” ใช้ตรงข้ามกับ put on — ถอดเสื้อ ถอดรองเท้า ถอดแว่น ถอดหมวก ถอดเครื่องประดับ เป็นการเอาสิ่งที่สวมอยู่ออกจากร่างกาย
| ประโยคภาษาอังกฤษ | คำอ่านไทย | แปลไทย |
|---|---|---|
| Please take off your shoes before entering. | พลีส เทค ออฟฟ์ ยัวร์ ชูซ บีฟอร์ เอนเทอร์ริ่ง | กรุณาถอดรองเท้าก่อนเข้ามา |
| It's hot in here. You can take off your jacket. | อิส ฮอท อิน เฮีย ยู แคน เทค ออฟฟ์ ยัวร์ แจ็คเก็ต | ข้างในร้อน ถอดแจ็คเก็ตได้เลย |
| She took off her glasses and smiled. | ชี ทุค ออฟฟ์ เฮอร์ แกลสเซส แอนด์ สไมล์ | เธอถอดแว่นแล้วยิ้ม |
| Take off your hat indoors. | เทค ออฟฟ์ ยัวร์ แฮท อินดอร์ส | ถอดหมวกเมื่ออยู่ในอาคาร |
โครงสร้างที่พบบ่อย:
- take off + สิ่งของ — Take off your sweater. (ถอดเสื้อกันหนาว)
- take + สิ่งของ + off — Take your sweater off. (วางได้ทั้งสองข้าง)
- take it / them off — สรรพนามต้องอยู่กลาง เสมอ
Take off ยังมีความหมายอื่นที่เจอบ่อย:
| ความหมาย | ตัวอย่าง | แปลไทย |
|---|---|---|
| เครื่องบินขึ้น (plane takes off) | The plane took off at 9 a.m. | เครื่องบินขึ้นตอน 9 โมงเช้า |
| ลาหยุด (take a day off) | I’m taking Friday off. | ผมลาหยุดวันศุกร์ |
| ประสบความสำเร็จรวดเร็ว | Her career took off quickly. | อาชีพเธอพุ่งขึ้นเร็วมาก |
| หนีไป / ออกจากที่กะทันหัน | He took off before anyone noticed. | เขาหายตัวไปก่อนใครจะเห็น |
3. ตารางเปรียบเทียบ: Put On / Take Off / Try On / Wear
| คำกริยา | แปลไทย | ใช้ตอนไหน | ตัวอย่าง |
|---|---|---|---|
| put on | ใส่ | ตอนกำลังสวมใส่ (การกระทำ) | Put on your helmet. |
| take off | ถอด | ตอนเอาออกจากร่างกาย (การกระทำ) | Take off your glasses. |
| try on | ลองใส่ | ตอนลองเสื้อผ้าในร้านก่อนตัดสินใจ | Try this dress on. |
| wear | ใส่ (สภาพ) | ตอนบอกว่าใส่อะไรอยู่ / ใส่ประจำ | I wear glasses. |
| get dressed | แต่งตัว | ตอนใส่ชุดรวมๆ ทั้งชุด | Get dressed, we’re late! |
ข้อสังเกตสำคัญ: put on = การกระทำที่กำลังทำ (ใส่เสื้อเลยตอนนี้) ส่วน wear = สภาพที่สวมอยู่นานๆ (เช่น I wear glasses every day) ถ้าเรากำลังบ่งบอกว่าใส่ตอนนี้ก็ใช้ put on, ถ้าบอกว่าโดยปกติใส่อะไรอยู่ก็ใช้ wear
4. กฎสำคัญ: สรรพนามต้องอยู่กลาง (Put it on / Take it off)
Put on และ take off เป็น separable phrasal verb — แปลว่า คำนามยาวๆ (a jacket, my glasses) วางได้ทั้งสองด้าน แต่สรรพนาม (it, them, him, her, me) ต้องอยู่กลางเท่านั้น:
| ถูกต้อง ✅ | ผิด ❌ |
|---|---|
| Put it on. | Put on it. |
| Put them on. | Put on them. |
| Take it off. | Take off it. |
| Take them off. | Take off them. |
| Try it on. | Try on it. |
ตัวอย่างเพิ่มเติม:
| ประโยคที่ถูกต้อง | คำอ่าน | แปลไทย |
|---|---|---|
| This jacket is mine. Put it on. | ดิส แจ็คเก็ต อิส ไมน์ พุท อิท ออน | แจ็คเก็ตนี้เป็นของฉัน ใส่มันเลย |
| These shoes are too tight. Take them off. | ดีส ชูซ อาร์ ทู ไทท์ เทค เดม ออฟฟ์ | รองเท้าคู่นี้คับเกินไป ถอดออกเถอะ |
| I love this dress. Can I try it on? | ไอ เลิฟ ดิส เดรส แคน ไอ ทราย อิท ออน | ฉันชอบชุดนี้ ขอลองใส่ได้ไหม? |
จำง่ายๆ: ถ้าแปลไทยว่า “มัน” (it) หรือ “พวกมัน” (them) → ต้องวางกลาง คิดเป็นสูตร put + it + on แบบแซนด์วิช
5. ข้อผิดพลาดที่คนไทยมักทำ
ข้อผิดพลาดที่ 1: พูด Put on it
❌ The jacket is there. Put on it.
✅ The jacket is there. Put it on.
ทำไมผิด: เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม (it, them, him, her) ต้องวางไว้กลาง — put it on ไม่ใช่ put on it
ข้อผิดพลาดที่ 2: ใช้ Put on กับ “ใส่ประจำ” ทุกครั้ง
❌ I put on glasses every day.
✅ I wear glasses every day.
ทำไมผิด: ถ้าเป็นการบอกสภาพที่สวมอยู่เป็นประจำ (The glasses are on my face) ให้ใช้ wear ส่วน put on ใช้ตอนกำลังใส่ เช่น I just put on my glasses.
ข้อผิดพลาดที่ 3: แปล “ถอดเสื้อ” ว่า Open your shirt
❌ Open your shirt, it's too hot.
✅ Take off your shirt, it's too hot.
ทำไมผิด: คำว่า “ถอด” ในภาษาอังกฤษใช้ take off ไม่ใช้ open — open ใช้กับประตู หน้าต่าง หนังสือ ไม่ใช่เสื้อผ้า
ข้อผิดพลาดที่ 4: ใช้ Take off กับเครื่องบินสับสนกับคน
❌ The plane will take off me to Bangkok.
✅ The plane will take off at 10.
ทำไมผิด: take off (เครื่องบิน) แปลว่า “เครื่องขึ้น” ไม่ใช่ “พาใครไป” ถ้าจะบอกว่าเครื่องบินพาไป ใช้ fly หรือ go เช่น The plane flies to Bangkok. ส่วน take off … กับคนนั้นแปลว่า “ถอด”
ข้อผิดพลาดที่ 5: ลืมว่า put on weight ไม่เกี่ยวกับเสื้อผ้า
❌ I'm taking on weight this month.
✅ I'm putting on weight this month.
ทำไมผิด: “น้ำหนักขึ้น” ต้องใช้ put on weight ไม่ใช่ take on (รับภาระ/เปลี่ยนไป) คนไทยสับสน put กับ take บ่อย เพราะคิดเป็นสีเดียวกับเสื้อผ้า
6. วิธีจำให้ติด
จำง่ายๆ ด้วยแนวคิด “put = ใส่, take = เอาออก”:
| คำกริยาวลี | จำแบบ | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| put on | “พุท ขึ้นบนตัว” = ใส่ | put on a shirt |
| pick up | “พิก อัพ” = เก็บขึ้นมา | pick up the book |
| take off | “เทค ออกจากตัว” = ถอด | take off your shoes |
| try on | “ทราย ลองกับตัว” = ลองใส่ | try on the dress |
| get dressed | “เก็ท สภาพแต่งตัว” = แต่งตัว | get dressed |
เคล็ดลับจำ:
- สรรพนามอยู่กลางเสมอ → put it on, take it off, try it on
- คำนามยาวๆ วางได้ทั้งสองข้าง → put on your coat / put your coat on (เหมือนกัน)
- put on กำกับ “สิ่งที่จะใส่” ส่วน take off กำกับ “สิ่งที่กำลังใส่อยู่”
- เครื่องบิน takes off = เครื่องบินขึ้น จำรูปเครื่องบินวิ่งทะยานขึ้นไป
7. ตัวอย่างบทสนทนาจริง
บทสนทนาที่ 1: แต่งตัวตอนเช้า
บทสนทนาที่ 2: ลองเสื้อที่ร้านขายเสื้อผ้า
บทสนทนาที่ 3: ถอดรองเท้าเข้าไปในบ้าน
บทสนทนาที่ 4: แต่งตัวก่อนออกไปข้างนอก
8. ตารางคำศัพท์เกี่ยวกับการแต่งตัว
| English | คำอ่าน | ไทย | Part of speech |
|---|---|---|---|
| put on | พุท ออน | ใส่ (เสื้อผ้า รองเท้า) | phrasal verb (separable) |
| take off | เทค ออฟฟ์ | ถอด (เสื้อผ้า รองเท้า) | phrasal verb (separable) |
| try on | ทราย ออน | ลองใส่ | phrasal verb (separable) |
| wear | แวร์ | สวม (สภาพที่ใส่) | verb |
| get dressed | เก็ท เดรสท์ | แต่งตัว | verb phrase |
| get changed | เก็ท เชนจ์ด | เปลี่ยนชุด | verb phrase |
| fit | ฟิท | พอดี (ขนาด) | verb |
| suit | ซูท | เข้ากับ (สี สไตล์) | verb |
| match | แมทช์ | เข้ากันได้ | verb |
| change | เชนจ์ | เปลี่ยน (เสื้อผ้า) | verb |
| dress up | เดรส อัพ | แต่งตัวเต็มยศ ทางการ | phrasal verb |
| slip on | สลิพ ออน | ใส่รวดเร็วแบบไม่ผูก | phrasal verb |
9. Quick Quiz
ทำแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อทดสอบความเข้าใจ
1. Please put _____ on the bed.
A. it
B. on it
C. it on
2. It’s too hot in here. Let me _____ my jacket.
A. put on
B. take off
C. try on
3. You should _____ the dress before you buy it.
A. take off
B. try on
C. put weight on
4. “I wear glasses every day.” แปลว่าอะไร?
A. ฉันกำลังใส่แว่นอยู่ตอนนี้ (การกระทำ)
B. ฉันใส่แว่นเป็นประจำ (สภาพปกติ)
C. ฉันลืมแว่น
5. The plane will _____ at 9 a.m.
A. take off
B. put on
C. try on
6. Please take your shoes _____ when you come inside.
A. on
B. off
C. up
7. “These gloves are yours. Take them off.” แปลว่าอะไร?
A. ถอดถุงมือคู่นี้เลย (มันเป็นของคุณ)
B. ใส่ถุงมือคู่นี้เลย (มันเป็นของคุณ)
C. ลองถุงมือคู่นี้เลย
8. Which is the correct sentence?
A. Put on it.
B. Put it on.
C. Put on them.
Answers
- C — it on (สรรพนามต้องอยู่กลาง = put it on)
- B — take off (ร้อน → ถอดแจ็คเก็ต)
- B — try on (ลองใส่ก่อนซื้อ)
- B — ฉันใส่แว่นเป็นประจำ (wear = สภาพที่ใส่เป็นปกติระยะยาว)
- A — take off (เครื่องบินขึ้น = the plane takes off)
- B — off (ถอดรองเท้า = take your shoes off)
- A — ถอดถุงมือคู่นี้เลย (take them off = ถอดมันออก)
- B — Put it on. (สรรพนามอยู่กลางเสมอ)
10. Final Summary
จำ 3 สูตรสั้นๆ นี้:
| สูตร | แปลไทย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| Put it on. | ใส่มัน | Put it on. It’s cold. |
| Take it off. | ถอดมัน | Take it off. It’s hot. |
| Try it on. | ลองใส่มัน | Try it on before you buy. |
ข้อควรจำ: put on = ใส่ (การกระทำ), take off = ถอด, wear = ใส่ (สภาพปกติ) และที่สำคัญ สรรพนาม it/them ต้องอยู่กลางเสมอ — put it on, take it off, try it on เท่านี้คุณก็พูดเรื่องเสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจแล้ว
FAQ
Take Off กับ Put On ต่างกันยังไง?
Put on แปลว่า “ใส่” เป็นการเอาเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับสวมเข้ากับร่างกาย เช่น Put on your shoes. (ใส่รองเท้า) ส่วน take off แปลว่า “ถอด” เป็นการเอาออกจากร่างกาย เช่น Take off your shoes. (ถอดรองเท้า) เป็นคู่ตรงข้ามกันโดยตรง
ทำไมต้อง Put it on ไม่ใช่ Put on it?
เพราะ put on และ take off เป็น separable phrasal verb เมื่อกรรมเป็นสรรพนาม (it, them, him, her, me) ต้องวางไว้กลางระหว่าง put/take กับ on/off เสมอ เรียกว่า put + it + on ถ้าเป็นคำนามยาวๆ วางได้ทั้งสองข้าง เช่น put on your coat หรือ put your coat on ก็ได้
Wear กับ Put On ต่างกันยังไง?
Wear แปลว่า “สวม” เป็นการบอกสภาพที่ใส่อยู่ เช่น I wear glasses. (ฉันใส่แว่นเป็นประจำ) ส่วน put on แปลว่า “ใส่” เป็นการบอกการกระทำที่กำลังเกิดขึ้น เช่น I'm putting on my glasses. (ฉันกำลังใส่แว่นอยู่) สรุปง่ายๆ: put on = กำลังทำ, wear = สภาพปกติ
Take Off แปลว่าอะไรได้อีก?
ใช้ได้อีกหลายแบบ เช่น เครื่องบินขึ้น (The plane takes off), ลาหยุด (I’m taking Friday off), ประสบความสำเร็จรวดเร็ว (Her career took off) และย่อมาจาก “ออกจากที่” (He took off early = เขาออกไปเร็ว) แต่ความหมายหลักและพบบ่อยที่สุดคือ “ถอด”
Put On แปลว่าอะไรได้อีก?
นอกจาก “ใส่” ยังแปลว่า เพิ่มน้ำหนัก (I put on weight = ฉันน้ำหนักขึ้น), จัดแสดง (They put on a show = พวกเขาจัดการแสดง), และเปิดไฟหรืออุปกรณ์ (Put the light on = เปิดไฟ) ต้องดูบริบทรอบข้างว่าคู่กับคำไหน
ถอดรองเท้าเข้าไปในบ้าน พูดยังไง?
พูดว่า Please take off your shoes. หรือ Please take your shoes off. ได้ทั้งสองแบบ ถ้าพูดสั้นๆ ใช้ “Shoes off, please.” (ช่วยถอดรองเท้าด้วย) และให้ผู้มาสวมรองเท้าเองว่า Please put on the slippers. (ช่วยใส่รองเท้าแตะด้วย)
Try It On กับ Try On ต่างกันยังไง?
try on แปลว่า “ลองใส่” เช่น Try this dress on. (ลองชุดนี้ดู) เมื่อใช้กับสรรพนามก็ต้องวางกลางคือ try it on เช่น Can I try it on? (ขอลองใส่มันได้ไหม) ส่วน try (เฉยๆ) แปลว่า “ลอง” ทั่วไป เช่น I’ll try my best. (ฉันจะพยายามสุดความสามารถ)
เรียนรู้บทความอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ English Blog หรือกลับไปที่ หน้าแรก